*ไปเจอเรื่องนี้เข้าที่ knightnum.exteen น่าสนใจดีเลยเอามาลงให้อ่านขำๆ แบบแอบมีสาระ
วันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนคนนึงในบริษัทเก่าผมครับ มันชื่อไอ้อาร์ท
อาร์ทเป็นรุ่นน้องผม 3ปี แล้วก็มีอะไรที่ผมรู้สึกว่าคล้ายกับผมเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะมรสุมก่อนที่มันจะมาเจอผมเนี่ย เป็นอะไรที่น่าเอามาเล่าสู่กันฟังมากๆ
เมื่อตอนอาร์ทมันเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ มันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนมากกก.... แต่ด้วยความที่ไม่มีเส้นสายอะไรเลย มันก็เลยต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย วาดรูปแป่ะบอร์ดโน้นบอร์ดนี้ไปวันๆ อาร์ทเป็นพวกมั่นใจในตัวเองสูงมาก เวลามันเอารูปไปโพสแล้วมีคนมาวิจารณ์อะไรที่กระตุกต่อมมั่นใจของมันเนี่ยนะครับ มันจะต้องออกมาเถียงทุกทีไป พอจะเดาออกมั้ยครับว่าพฤติกรรมแบบนี้เรียกว่าอะไร คุ้นๆ มั้ยครับ
เกรียนน่ะแหละครับ
แต่ถามว่างานของมันสมควรถูกติไหม ก็สมควรอยู่ครับ เพราะไอ้อาร์ทเป็นพวกลายเส้นไม่มีเอกลักษณ์ คือไม่เป็นที่จดจำในอินเตอร์เน็ต ไม่เหมือนนักเขียนไทยบางคนที่ดังๆ พวกนี้เราเห็นภาพปุ๊บรู้ทันทีเลยว่าใครเขียน ลายเส้นไอ้อาร์ตมันจะกึ่งๆ ลอกคนโน้นมา ลอกคนนี้มา แล้วพอลายเส้นนี้โดนด่ามากๆ มันก็เปลี่ยนไปเขียนลายเส้นอื่นอีก พอเอามาโพส มันก็โดนด่าอีก แล้วมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้นแถมทุกครั้งที่โดนด่า มันก็บ้าเถียงด้วยนี่แหละครับ เกรียนมั้ย... โคตรๆ เลยครับ นรกส่งมาเล่นเว็บบอร์ดเลยทีเดียวไอ้นี่แต่จุดยืนมันแข็งจริงๆ ครับ ตรงที่มันหน้าด้านนี่แหละ ใครบอกมันลอกแต่ภาพอย่างเดียว เนื้อเรื่องมันก็เสือกไปลอกเขามาด้วย คือถ้าใครอยู่ข้างมันนี่ก็หมดปัญญาจะช่วยแหละครับ ประเด็นให้ซัดสาดนี่มันเยอะเหลือเกิน ความหน้าด้านอีกอย่างของมันก็คือ ด้วยความที่มันอยากก...เป็นนักเขียนการ์ตูนมากนี่แหละครับ
แล้วในซอยบ้านมันเนี่ย มีบริษัททำการ์ตูนอยู่ มันก็จะแวะๆ เวียนๆ ไปนั่งเขียนการ์ตูนที่นั่น ไปแบบดื้อๆ เลยครับ คือกูพอใจจะเข้าไป มันก็หอบสมุดวาดเขียนไปเล่มนึง มันบอกวันแรกที่เข้าไป มันเอาการ์ตูนไปเสนอก่อนครับ แล้วก็แน่นอนว่าเขาต้องปฏิเสธมาอยู่แล้ว วันต่อมามันก็เข้ามาอีก คนที่จำมันได้เมื่อวานก็ทักว่าอ้าว... เอามาเสนออีกแล้วเหรอ มันบอกเปล่า มานั่งเขียนรูปเล่นเฉยๆ นักเขียนที่นั่นเขาคงคิดว่ามันเบื่อโลเกชั่นที่บ้านมั้ง ก็เลยอ่ะๆ ให้นั่งเขียนรูปเล่นๆ ก็ได้ แล้วมันก็ทำแบบนี้ทุกวัน แรกๆ ก็มีพี่ๆ มาแนะนำเทคนิคบ้างแหละครับ แต่มันฟังที่ไหน ก็เสือกไปเถียงกับเขาอีก ทีนี้หลังๆ คนก็เลยมองมันเป็นอากาศธาตุไปคือไอ้อาร์ทมันคงเข้าใจว่า น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินยังกร่อน.... กูมาวาดให้บริษัทดูทุกวันแบบนี้ เขาคงรำคาญรับมันเข้าทำงานสักวันล่ะ แต่จริงๆ เขาไม่ถีบออกมาก็ดีแค่ไหนแล้ว แล้วผมไปรู้จักมันได้ยังไง?? ผมมีเพื่อนทำงานเป็นนักเขียนที่นั่นครับ จำได้ว่าวันนั้นมันโทรมาบ่นให้ผมฟัง ว่าไอ้เห...นี่อ่ะนะ มันคือสุดยอดๆๆๆๆ ของความเกรียนเลยล่ะ แบบว่ารำคาญมาก มึงมีวิธีจัดการกับมันมั้ย ทำยังไงก็ได้ให้มันรู้ตัวทีว่า "คนอย่างมันเนี่ย ไม่เหมาะกับการเป็นนักเขียนการ์ตูนหรอก"ผมเลยวางแผนไว้ว่า เดี๋ยวตอนเย็นผมจะเข้าไปหา แกล้งบอกว่าผมเป็น บก.มาจากสำนักพิมพ์ชื่อดังที่สุดในประเทศ อะไรทำนองนั้นแหละ แล้วผมจะเข้าไปด่ามันตรงๆ เอง เรื่องเถียงเอาชนะผมถนัดอยู่แล้ว พูดง่ายๆ ถ้ามันกล้าเถียงกับผม มันก็จะหมดอนาคตที่จะเป็นนักเขียนแน่นอน แต่ถ้ามันไม่เถียง มันก็จะต้องสำเหนียกตัวเองล่ะวะ ว่าตัวมันไม่ได้เรื่อง ไม่สมควรที่จะเป็นนักเขียนเลยแม้แต่น้อย แล้ววันนั้นผมก็เข้าไป กะทำตามแผนเต็มที่ ถ้าไม่มีคนร้องไห้ไม่สะใจล่ะวันนี้ ยิ่งตอนที่เพื่อนผมไปหลอกมันว่าผมจะเข้าไป ท่าทางมันดีใจมาก ความฝันกำลังจะเป็นจริงแล้ว แต่ก็หารู้ไม่ว่า มันก็กำลังจะพังทลายลงในวันนี้เช่นกัน
แต่ครั้งแรกที่ผมเจอมัน ภาพนั้นยังติดตาผมอยู่เลยครับ ไอ้อาร์ทมันเตรียมต้นฉบับของมันอย่างดีเลย แล้วพอผมเข้ามามันก็เดินเข้ามาไหว้ผมด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมยังนึกๆ อยู่เลยว่า ไอ้นี่เนี่ยนะคือโคตรเกรียน ความรู้สึกผมแปลกๆ จริงๆ ตามแผนที่วางไว้ ผมต้องหักหน้ามันในบริษัทเพื่อนผม เอาให้เสียงหัวเราะเยาะมันดังสนั่นไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน แต่ไม่รู้ทำไมตอนนั้นผมถึงเลือกที่จะพามันออกมาคุยข้างนอก พร้อมกับส่งสัญญาณบอกเพื่อนว่า ไม่ต้องห่วง กูเล่นมันแน่ พรุ่งนี้มันจะไม่กลับมาที่นี่อีก
ท่าทางมันเชื่อมากครับ ว่าผมเป็น บก.จริงๆ ตอนนั้นผมเชื่อสัญชาติญาณตัวเองนะ ปกติถ้าผมจะทะเลาะกับใคร ผมก็ต้องรู้สึกว่าไอ้คนนี้กวนตีนก่อน ถ้าไม่รู้สึกเลยก็ชวนมีเรื่องไม่ได้ วันนั้นผมพามันไปนั่งคุยที่ร้านตามสั่ง ผมเลี้ยงข้าวมันด้วยซ้ำ ระหว่างกินมันก็คะยั้นคะยอให้ดูการ์ตูนมันอยู่นั่นแหละ ผมก็เลยอ่านไปด้วย และมันก็จริงอย่างที่เพื่อนผมบอก
ไอ้นี่มันช่างลอกจริงๆ เนื้อเรื่องนี่ก็คุ้นๆ ภาพนี้ มุมนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมดูไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ ผมเริ่มสังเกตว่ามันลอกก็จริง แต่เอาจริงๆ มันก็เนียนเหมือนกันนะ ถ้าคนดูไม่ใช่คนที่อ่านการ์ตูนจัดๆ แล้วลายเส้นที่มันลอกเนี่ย ผมรู้สึกมันลอกได้ทุกเรื่องเลยนะ ผมเลยพูดกับมันตรงๆ
"มึงลอกเขามาทั้งนั้นเลยนี่หว่า..."
ปกติถ้าเจอทักแบบนี้ หน้ามันต้องเสียแล้วล่ะ แต่นี่มันเฉยๆ ผมเลยลองแย๊บงานไป
"แกเขียนรูปตามสั่งได้มั้ย"
มันบอกได้ๆ เลยพี่ รูปอะไรก็เขียนได้ทั้งนั้น
"โห ไอ้บ้า มึงคิดว่าตัวเอง"เทพ"ขนาดนั้นเลยเหรอ"
มันบอกหน้าด้านๆ เลยครับว่า ผมเนี่ยล่ะเทพ เกิดมาเพิ่งเคยเจอว่ะ.....
ฝีมือนี่อย่างกาก แต่มั่นใจสูงชิบหาย ผมเลยถามกลับไปว่า ทำไมมึงคิดว่าตัวเองเทพวะ ตอบแบบนี้มันไม่กล้าไปหน่อยเหรอ ฟังคำตอบของมันนะครับ ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมกับมันรู้จักกันถึงทุกวันนี้
"ก็ผมอยากทำงานอ่ะ ถ้าผมบอกว่าผมไม่เทพพี่จะรับผมมั้ยล่ะ"
ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้เฉลย ว่าจริงๆ แล้วผมไม่ใช่ บก. อะไรหรอก แต่ในใจผมตอนนี้นึกย้อนไปที่บริษัทตัวเองละ นึกขึ้นได้ว่าบริษัทตอนนี้กำลังหามือสเก็ตซ์ภาพอยู่ ก็เลยบอกมันไปว่า ถ้าให้เขียนรูป แต่ไม่ใช่การ์ตูน แกจะเขียนมั้ย มันบอกเขียนได้หมด ถ้าเขียนไม่ได้มันก็เปิดหนังสือลอกมุมเอา โห.. มันพูดหน้าด้านๆ เลยวุ้ย ทำงานแข่งกับเวลาได้มั้ย มันบอกได้ ทำงานแบบแก้ไขเยอะๆ ได้มั้ย มันบอกได้ ถามหอกเหวอะไรมันบอกได้หมด ขอให้มีงานขีดๆ เขียนๆ ให้มันทำเถอะ โอเค ท่าทางมึงเจ๋งมาก พรุ่งนี้มาเทสส์ที่บริษัทพี่ได้เลย แต่ขอพูดอะไรสักอย่างได้มั้ย
"คนอย่างแกคงเป็นนักเขียนการ์ตูนไม่ได้หรอก"
มันเฉยๆ เว้ย แถมบอก ผมเจอประโยคนี้มาเป็นครั้งที่ล้านแล้วครับพี่
คืนนั้นกลับบ้านไป ผมรู้สึกว่าผมเจอของแปลกเข้าให้แล้ว เพื่อนผมยังโทรศัพท์มาเช็คเลยว่าเรียบร้อยมั้ย มันหน้าแตกไปเลยใช่เปล่า ผมบอกว่าเออไม่ต้องห่วง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปมันจะไม่ไปวุ่นวายแถวบริษัทมึงอีกแน่นอน และตั้งแต่วันนั้นต่อมา ไอ้อาร์ทก็เป็นมือสเก็ตซ์รุปของบริษัทอย่างหน้าตาเฉย ปัจจุบันนี้มันทำโมเดลส่งลูกค้าด้วยนะครับ เรียกว่าบริษัทตอนนี้หวงมันมาก กลัวมันจะลาออก ตอนนี้ผมให้นึกย้อนๆ กลับไปยังขำเลยว่า ตอนแรกผมกะทำลายมันแท้ๆ แต่กลายเป็นสร้างอนาคตให้มันซะอย่างนั้นในบริษัทมันก็คุยได้ไม่กี่คนหรอกครับ ผมจะสนิทกับมันหน่อยเพราะคุยเรื่องการ์ตูนเหมือนกัน และแน่นอนว่าผมก็บอกความจริงกับมันไปแล้วว่าวันนั้นผมไม่ได้เป็น บก.จากที่ไหนหรอก แต่ที่นั่นเขารำคาญมึงเลยวางแผนกันลากมึงออกมา แต่กลายเป็นลากมาทำงานที่นี่ซะงั้น
จากคนที่มีแต่คนเกลียด มีแต่คนไม่ยอมรับ เป็นคนไม่มีฝีมือ นิสัยก็แย่ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ดี มีอนาคต ถ้าถามคนอื่นๆ ก็คงคิดเหมือนกันว่า โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมเลย บางคนมีฝีมือ เก่ง นอบน้อม แต่กลับยังไม่มีงานทำ แต่ไอ้อาร์ทผู้เกรียนสุดขั้ว ชั่วทั้งวาจาและการวางตัว ทำไมถึงมีแต่คนต้องการมันในวันนี้ ผมก็ว่างั้นแหละครับ.... อ้าว
พูดเล่นน่ะครับ จริงๆ ผมก็ว่าเหมาะสมแล้ว เหมาะสมทุกประการที่ไอ้อาร์ทจะได้สิ่งเหล่านี้ไป เพราะอะไร ลองนึกย้อนไปนะครับ มันไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน
มันลอกลายเส้นมาแล้วถูกด่า แต่อาร์ทไม่เคยโกหกว่าเขาไม่ได้ลอก เขาก็ยอมรับว่าเขาลอก
อาร์ททำตัวมั่นใจในตัวเอง ก็มีคนไปหมั่นไส้เขา อาร์ทบอกว่า ถ้าไม่มั่นใจในตัวเอง เขาก็เขียนอะไรไม่ได้เพราะกลัวไปหมด สู้เขียนแบบมั่นใจแล้วโดนด่ายังจะดีกว่าพอโดนรุมด่าบอร์ดนี้ มันก็ลี้ภัยไปบอร์ดโน้น ไปที่นั่น ที่นี่ ดูคล้ายการหนี แต่ก็เป็นการหนีที่ขยันมาก เพราะทุกบอร์ดที่มันเอางานไปลง เป็นงานที่ไม่เคยซ้ำกันเลย แต่ลายเส้นนี่จับได้เลยว่าลอกมาตั้งแต่หน้าแรก ก็เลยโดนประชาทันต์กันไป
ตลอดชีวิตอาร์ทอาจจะเกรียน แต่เขาก็เป็นเกรียนที่ไม่เคยโกหกตัวเองเลย คนที่จริงใจกับตัวเองมาตลอด ก็สมควรจะได้รับสิ่งตอบแทนอะไรดีๆ บ้าง มันก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
สารภาพว่า ผมยังทำไม่ได้อย่างไอ้อาร์ทด้วยซ้ำ ทุกคนที่เข้ามาทะเลาะกับมัน ถามว่าไอ้อาร์ทชวนคุณทะเลาะเหรอ.... หรือว่าคุณเข้ามาก่อนครับ คุณเห็นงานนี้ลอกมาก็เลือดขึ้นหน้าไปด่าเขาซะแล้ว
อาร์ทมันอาจจะผิด แต่ก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้นะครับ อันนี้พวกคนที่เข้ามาสร้างกันเอง ผมพูดถูกมั้ย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น